CFD มีหลักเกณฑ์ในการเลือกหุ้นให้กับลูกค้าอย่างไร

CFD คืออะไร
February 3, 2025 0 Comments

ทุกๆ ท่านเคยได้ยินหรือได้อ่านเกี่ยวกับ “CFD” กันมาบ้างมั้ยครับ แล้วท่านทราบหรือไม่ว่า CFD นั้นสามารถทำอะไรได้บ้างหรือ “CFD มีหลักเกณฑ์ในการเลือกหุ้นให้กับลูกค้าอย่างไร” บทความนี้จึงอยากจะพาทุกๆ ท่านไปหาคำตอบกันครับ จะเป็นอย่างไรกันบ้างนั้น…เราไปชมกันดีกว่าครับ

 “CFD” คืออะไร ?

CFD คืออะไร CFD คือ ซึ่งเป็นตราสารการเทรดประเภทหนึ่งและเป็นวิธียอดนิยมที่นักลงทุนใช้เข้าเทรดในตลาดเงิน ซึ่งย่อมาจากสัญญาส่วนต่าง (Contract for Difference) โดยโบรกเกอร์จะให้บริการเทรดเช่นเดียวกับสินทรัพย์ที่รู้จักกันดีประเภทอื่น เช่น Forex สินค้าโภคภัณฑ์ และสปอตโลหะมีค่า อย่างไรก็ตาม CFD เหล่านี้เป็นการเทรดอนุพันธ์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า CFD เหล่านี้จะมีมูลค่าตามความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์อ้างอิงต่างๆ นั้นเอง

การเทรด CFD มีความผันผวนสูง (Extreme Volatility) ตลาด CFD มีความผันผวนสูงมาก ส่งผลให้ราคา Bid และ ราคา Ask มีความเคลื่อนได้มาก ทำให้ค่าสเปรดสูงขึ้นซึ่งเป็นค่าธรรมเนียมที่ท่านต้องจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งเป็นต้นทุนที่ต้องหักลบออกจากกำไรที่ท่านเทรดได้ในภายหลัง

หลักเกณฑ์ในการเลือกหุ้นให้กับลูกค้าของ CFD

เบื้องต้นทุกๆ ท่านคงทราบกันแล้วว่า CFD คืออะไร งั้นเราไปดูกันว่าการเลือกหุ้นในสัญญาซื้อขายส่วนต่าง  มีหลักเกณฑ์และปัจจัยหลายประการที่โบรกเกอร์หรือผู้ให้บริการ CFD อาจพิจารณาเพื่อนำเสนอให้ลูกค้าได้เทรด โดยหลักเกณฑ์เหล่านี้ออกแบบมาเพื่อให้เหมาะสมกับการซื้อขายในตลาด CFD ซึ่งมีลักษณะเฉพาะต่างจากการลงทุนหุ้นโดยตรง โดยทั่วไปมีหลักเกณฑ์ดังนี้

1. สภาพคล่องสูง (High Liquidity)

ความสำคัญ: หุ้นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงในตลาดมีความน่าสนใจ เนื่องจากราคามีการเคลื่อนไหวสม่ำเสมอและไม่เกิดความผันผวนผิดปกติจากปริมาณคำสั่งซื้อขายที่น้อย

2.ความนิยมและความต้องการของลูกค้า

ความสำคัญ: โบรกเกอร์มักเลือกหุ้นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วไป เพื่อให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า เช่น หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทรนด์สำคัญหรือมีชื่อเสียงระดับโลก

3. ความผันผวน (Volatility)

ความสำคัญ: หุ้นที่มีความผันผวนในราคาสูง (Volatility) มักเป็นที่สนใจในตลาด CFD เพราะเปิดโอกาสให้เกิดกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา ไม่ว่าจะเป็นขาขึ้นหรือขาลง

4. ตราสารในดัชนีที่เป็นที่ยอมรับ (Index Constituents)

ความสำคัญ: หุ้นที่เป็นส่วนหนึ่งของดัชนีสำคัญ เช่น S&P 500, NASDAQ, หรือ FTSE 100 มักได้รับการคัดเลือก เนื่องจากเป็นตัวแทนของเศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรมที่น่าเชื่อถือ

5. ความหลากหลายในอุตสาหกรรม (Sector Diversification)

ความสำคัญ: โบรกเกอร์มักเสนอหุ้นจากหลายอุตสาหกรรม เพื่อให้ลูกค้าสามารถกระจายความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของพวกเขา

6. หุ้นที่มีความเกี่ยวข้องกับข่าวหรือเหตุการณ์สำคัญ

ความสำคัญ: หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจ การเมือง หรือข่าวสารสำคัญ มักดึงดูดความสนใจจากนักเทรด CFD

7. ค่าธรรมเนียมและสเปรด (Commissions and Spreads)

ความสำคัญ: หุ้นที่มีค่าธรรมเนียมหรือสเปรดที่เหมาะสมและไม่สูงเกินไปมักถูกเสนอ เพราะช่วยให้ลูกค้ามีต้นทุนการเทรดต่ำและเพิ่มความน่าสนใจ

8. ความพร้อมใช้งานในหลายตลาด

ความสำคัญ: หุ้นที่ซื้อขายในตลาดใหญ่ เช่น NYSE, NASDAQ, LSE มักได้รับการเลือกใน CFD เพราะมีความโปร่งใสและเข้าถึงได้ง่าย

9. ปรับให้เหมาะสมกับกลยุทธ์เทรด

ความสำคัญ: หุ้นที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ต่างๆ เช่น Scalping, Swing Trading หรือ Position Trading จะช่วยให้เทรดเดอร์สามารถเลือกหุ้นที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรด

เป็นอย่างไรกันบ้างครับกับข้อมูลเกี่ยวกับ “CFD คืออะไร” และ “CFD มีหลักเกณฑ์ในการเลือกหุ้นให้กับลูกค้าอย่างไร” ที่เราได้นำมาเป็นความรู้เบื้องต้นให้กับทุกท่าน คิดว่าน่าจะเป็นข้อมูลที่ดีไม่มากก็น้อยนะครับ สุดท้ายนี้ ก่อนเทรดก็ขอให้ศึกษาอย่างถี่ถ้วนรอบคอบกันนะครับ